แอปท่องเที่ยวควรมีฟีเจอร์อะไรบ้าง? บทเรียนจากแอปท่องเที่ยวจังหวัดเลยและเส้นทางล้านช้าง

คำตอบสั้น: แอปท่องเที่ยวควรช่วยให้นักท่องเที่ยวหาที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก และของฝากได้ในแอปเดียว เดินทางไปถึงด้วยการนำทาง GPS และหาข้อมูลติดต่อฉุกเฉินได้ทันที ส่วนฟีเจอร์อย่าง AR โมเดล 3 มิติ และเสียงบรรยาย ช่วยให้สถานที่น่าสนใจขึ้นและอยากไปเห็นของจริง
สรุปสาระสำคัญ
- รวมข้อมูลทุกหมวดไว้ในแอปเดียว แบ่งเมนูให้หาง่าย
- นำทางด้วย GPS ไปยังสถานที่ที่เลือกหรือสถานที่ใกล้ตัว
- มีข้อมูลติดต่อสำคัญและข้อมูลฉุกเฉิน
- AR และโมเดล 3 มิติช่วยเล่าเรื่องสถานที่ให้น่าสนใจ
- รองรับ iOS และ Android และหลายภาษาเมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ
1. รวมข้อมูลทุกหมวดไว้ในแอปเดียว
นักท่องเที่ยวไม่อยากสลับหลายแอป แอป Pakchom Loei ที่ iPANDA พัฒนาให้ อพท. สำนักงานพื้นที่พิเศษ 5 แบ่งข้อมูลเป็น 5 เมนูหลัก คือ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้าของฝาก ร้านอาหาร ที่พัก และสถานที่ติดต่อสำคัญ โดยสถานที่ท่องเที่ยวแยกตามอำเภอ ยอดนิยม และใกล้ตัว
2. นำทางด้วย GPS
เมื่อเลือกสถานที่แล้ว ผู้ใช้ควรกดนำทางไปได้ทันที หรือดูสถานที่ใกล้เคียงจากตำแหน่งปัจจุบัน ทั้ง Pakchom Loei และ Lanexang Info มีระบบนำทางด้วย GPS
3. ข้อมูลติดต่อสำคัญและข้อมูลฉุกเฉิน
เบอร์โทรโรงพยาบาล สถานีตำรวจ หรือจุดบริการนักท่องเที่ยว เป็นข้อมูลที่ต้องหาได้เร็วที่สุด จึงควรมีเมนูของตัวเอง ไม่ซ่อนอยู่ในหน้าอื่น
4. ครอบคลุมทั้งเส้นทาง ไม่ใช่แค่จังหวัดเดียว
ถ้าเป้าหมายคือส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยว แอปควรรวมข้อมูลทุกพื้นที่ในเส้นทาง Lanexang Info ครอบคลุมเส้นทางสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง ทั้งจังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และแขวงไชยบุรี แขวงเวียงจันทน์ นครหลวงเวียงจันทน์ และหลวงพระบาง
5. AR โมเดล 3 มิติ และเสียงบรรยาย
AR ทำให้ผู้ใช้เห็นสถานที่ในรูปแบบ 3 มิติผ่านกล้องมือถือ และถ่ายรูปคู่กับสถานที่ได้ แอป ชิวเลย แสดงโมเดลเสมือนจริงของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเลย ส่วน 3D Lanexang มีโมเดล 3 มิติ เสียงบรรยาย และแกลเลอรีภาพ และใช้ได้ทั้งแบบมีและไม่มี Marker
6. รองรับหลายแพลตฟอร์มและหลายภาษา
ควรพัฒนาให้ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android และเพิ่มภาษาตามกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก โดยเฉพาะเส้นทางที่ข้ามประเทศ
ก่อนเริ่มพัฒนาแอปท่องเที่ยว ต้องเตรียมอะไร
- รายชื่อสถานที่และข้อมูลแต่ละหมวด พร้อมพิกัดและรูปภาพ
- ผู้รับผิดชอบอัปเดตข้อมูลหลังเปิดใช้งาน ผ่านระบบหลังบ้าน
- ภาษาที่ต้องรองรับ
- ฟีเจอร์เสริมที่ต้องการ เช่น AR โมเดล 3 มิติ หรือการจอง
คำถามที่พบบ่อย
ข้อมูลในแอปอัปเดตเองได้ไหม?
ได้ แอปสามารถพัฒนาพร้อมระบบหลังบ้าน ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลสถานที่ได้เองโดยไม่ต้องส่งแอปเวอร์ชันใหม่
ควรทำแอปหรือเว็บไซต์ท่องเที่ยว?
เว็บไซต์เหมาะกับให้คนค้นหาเจอบน Google ก่อนเดินทาง ส่วนแอปเหมาะกับการใช้ระหว่างเดินทาง เช่น นำทางและ AR อ่านเพิ่มเติมใน เว็บไซต์ เว็บแอปพลิเคชัน หรือแอปมือถือ องค์กรควรเลือกแบบไหน
ค่าพัฒนาแอปท่องเที่ยวเท่าไร?
ขึ้นอยู่กับจำนวนเมนู ฟีเจอร์ AR หรือ 3D และจำนวนภาษา ทีม iPANDA จะประเมินราคาเบื้องต้นหลังคุยรายละเอียด
ปรึกษาทีม iPANDA
ดูรายละเอียดที่ บริการพัฒนา Mobile Application และ บริการพัฒนา VR และ AR หรือติดต่อโทร 096-904-5454 อีเมล ipandathailand@gmail.com
ผลงานที่เกี่ยวข้อง

อพท. สำนักงานพื้นที่พิเศษ 5 (DASTA)
Pakchom Loei
Pakchom Loei แอปพลิเคชันแนะนำแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดเลย รวมที่เที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก ของฝาก และข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน พร้อมนำทางด้วย GPS

อพท. สำนักงานพื้นที่พิเศษ 5 (DASTA)
ชิวเลย
ชิวเลย แอปพลิเคชัน AR บน iOS และ Android แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลยด้วยโมเดลเสมือนจริง 3 มิติ ให้ผู้ใช้ดูและถ่ายรูปคู่กับสถานที่ พร้อมระบบนำทาง

อพท. สำนักงานพื้นที่พิเศษ 5 (DASTA)
3D Lanexang
3D Lanexang แอปพลิเคชัน AR บน iOS และ Android แสดงโมเดล 3 มิติของสถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทางสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง ให้ผู้ใช้ดู ฟังเสียงบรรยาย และถ่ายรูปคู่กับสถานที่ได้

อพท. สำนักงานพื้นที่พิเศษ 5 (DASTA)
Lanexang info
Lanexang Info แอปพลิเคชันท่องเที่ยวบน iOS และ Android แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก และของฝากในเส้นทางสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง พร้อมนำทางด้วย GPS
บริการที่เกี่ยวข้อง
บริการพัฒนา Mobile Application
iPANDA ออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือบน iOS และ Android ตั้งแต่วิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบ UX/UI พัฒนา ทดสอบ จนเปิดให้ดาวน์โหลดบน App Store และ Google Play
บริการพัฒนา VR และ AR
iPANDA พัฒนาประสบการณ์เสมือนจริง ทั้ง VR 360° Virtual Tour และแอปพลิเคชัน AR สำหรับการท่องเที่ยว การเรียนรู้ และการนำเสนอสถานที่
